สรุปผลการค้นหา 1 ถึง 4 จากทั้งหมด 4
Like Tree4Likes
  • 2 Post By เขยอีสาน
  • 2 Post By ณรงค์ มัยชมแก้ว

กระทู้: หมาน้อย..ที่ไม่ธรรมดาเด้อคะน่อย

  1. #1
    เจ้าหน้าที่ช่วยดูแลเวบ รูปส่วนตัว เขยอีสาน
    สมัครเมื่อ
    01/2011
    ที่อยู่
    นครหาดใหญ่
    โพสต์
    596
    ให้คำขอบคุณ
    185
    รับคำขอบคุณ 66 ครั้ง
    ความดี
    12

    มาตรฐาน หมาน้อย..ที่ไม่ธรรมดาเด้อคะน่อย

    เชิญชวน ทานหมาน้อย

    ...พืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยา


    โดย...ว่าที่ร.ต.ดร.สมโชค เฉตระการ

    ครูเชี่ยวชาญ สังกัดวิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด

    อาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ - ร้อยเอ็ด

    อาจารย์พิเศษ โรงเรียนธีรภาดาเทคโนโลยี


    .

    หมาน้อย ที่มีขาเป็นเครือพันกับเสาหลัก พืชที่ สามารถผลิตวุ้นธรรมชาติ เป็นยาเย็น อาหารเพื่อสุขภาพของพี่น้องชาวอีสานไทย-ลาว ตอนที่เป็นเด็ก ๆ เดินเข้าไปในชายทุ่งนาและในป่าจะเห็น ไม้เถาเลื้อยเป็นเครือ พันกับหลักหรือพันกับต้นไม้ ใบมีลักษณะเป็นรูปหัวใจ โคนใบเป็นแบบก้นปิด หน้าใบและหลังใบมีขนปกคลุมหนา เวลาเอามือลูบที่ใบจะเป็นขนมัน นุ่ม ๆ เหมือนขนหมาน้อย ชาวบ้านจะเรียกว่า ต้น เครือหมาน้อย ใช้ปรุงผสมกับน้ำ ใบย่านาง ซึ่งพืชทั้งสองชนิด เป็นพืชสมุนไพรที่สามารถนำมาปรุงรสกับปลาป่น ป่นกบ น้ำที่ปรุงจะข้นจนเกิดเป็นวุ้น...ส่วนวิธี การปรุงอาหาร ประเภทนี้คือ

    เลือกใบ เครือหมาน้อย ที่มีสีเขียวเข้มโตเต็มที่ ๑๐-๓๐ ใบ ล้างใบแล้วนำมาขยี้กับน้ำสะอาด ๑ ถ้วย ในขณะที่ขยี้ใบ จะมีความรู้สึกว่าน้ำที่ขยี้ออกมามีลักษณะเมือกลื่นๆ หลังจากนั้นกรองเอากากใบเครือหมาน้อยออก นอกจากนั้นคั้นน้ำจากใบย่านาง ผสมลงไปด้วยเพื่อทำให้วุ้นแข็งตัวอย่างรวดเร็ว เทน้ำวุ้นดังกล่าว ลงไปในถ้วยป่นกบหรือปลาป่นที่ปรุงรสชาดแล้ว หั่นหัวหอม น้ำปลา ข้าวคั่ว ใบหอม และผักชี ถ้าอยากแซบมากกว่านี้ ผสมน้ำปลาร้าสักหน่อย แต่ถ้าปรารถนาจะทานเป็นของหวาน คั้นน้ำใบเตยใส่เพิ่มลงไปสักนิดเพื่อกลิ่นหอม ใส่เกลือเล็กน้อย เพื่อช่วยให้วุ้นแข็งตัวเร็วขึ้น เทใส่ถ้วยทิ้งไว้พอประมาณ น้ำคั้นจะจับตัวเป็นวุ้น ซึ่งเรามักจะเรียกกันว่า วุ้นหมาน้อย เติมน้ำตาลลงไปสักหน่อยทำให้มีรสหวาน ใช้ทานเป็นอาหารว่าง รสชาดอร่อยมาก จากการศึกษา เกี่ยวกับสรรพคุณทางยา วุ้นหมาน้อย มีประโยชน์ทางยาหลายประการคือ เป็นยาเย็น ช่วยย่อย แก้ท้องเสีย แก้บิด แก้ปวดหลัง ปวดเอว แก้เจ็บคอ




    ต้นเครือหมาน้อย พืชสมุนไพรที่ชาวอีสานมีความเชื่อว่า เป็น ยาเย็น มีสรรพคุณรักษาโรคบางอย่างได้เป็นอย่างดี



    ต้นเครือหมาน้อย พืชสมุนไพรที่ชาวอีสานนำไปคั้นเอาน้ำ ผสมกับป่นกบหรือปลาป่น

    แซบหลาย ๆ เด้อ

    ขอบคุณที่มาข้อมูล http://www.oknation.net/blog/somchoke101/2010/12/15/entry-2
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดย น้องแพนเค้ก : 08/01/2012 เมื่อ 14:36
    เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
    ขอกาย วาจา ใจของเรานี้ จงเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นทุกเมื่อ

  2. มีลูกอีสาน 5 คน เว้าขอบคุณต่อ เขยอีสาน สำหรับการโพสต์แนวดีดี:

    mahanoi (09/03/2012),mix201 (01/05/2012),Namo (09/03/2012),น้องแพนเค้ก (08/01/2012),สายฝน โจนส์ (10/01/2012)

  3. #2
    เพิ่งหัดเป็นคนอีสาน รูปส่วนตัว ณรงค์ มัยชมแก้ว
    สมัครเมื่อ
    09/2010
    โพสต์
    7
    ให้คำขอบคุณ
    2
    รับคำขอบคุณ 0 ครั้ง
    ความดี
    0

    มาตรฐาน เครือหมาน้อย

    น่าจะมีคนปลูกขายนะ่ครับ แถวบัานผม(หนองพอก,ดอนจาน,กาฬสินธุ์)ป่าเครือหมาน้อยมันหมดแล้วครับ มันแปรสภาพเป็นไฮ่อ้อยไฮ่มันไปเหมิดแล้วครับ..

  4. #3
    เจ้าหน้าที่ช่วยดูแลเวบ รูปส่วนตัว น้องแพนเค้ก
    สมัครเมื่อ
    05/2010
    โพสต์
    981
    ให้คำขอบคุณ
    245
    รับคำขอบคุณ 110 ครั้ง
    ความดี
    8

    มาตรฐาน รสชาติก็อร่อยนะครับ ส่วนตัวแล้วชอบมาก


    ชื่อสมุนไพร
    เครือหมาน้อย
    ชื่ออื่นๆ
    กรุงเขมา (กลาง นครศรีธรรมราช) หมอน้อย (อุบลราชธานี)ก้นปิด (ตะวันตกเฉียงใต้) ขงเขมา พระพาย (ภาคกลาง) เปล้าเลือด (แม่ฮ่องสอน) สีฟัน (เพชรบุรี)
    ชื่อวิทยาศาสตร์
    Cissampelos pareira L. var. hirsuta (Buch. ex DC.) Forman.
    ชื่อพ้อง
    Cissampelos poilanei Gagnep.
    ชื่อวงศ์
    Menispermaceae


    ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
    เป็นไม้เถาเลื้อย เนื้อไม้แข็ง มีขนนุ่มสั้นปกคลุมหนาแน่นตามเถา กิ่ง ช่อดอก และใบ ไม่มีมือเกาะ มีรากสะสมอาหารใต้ดิน ใบเป็นใบเดี่ยว มีหลายรูป เช่น รูปหัวใจ รูปกลม รูปไต หรือรูปไข่กว้าง ก้นใบปิด ออกแบบสลับ กว้าง 4.5-12 เซนติเมตร ยาว 4.5-11 เซนติเมตร ปลายใบส่วนมากมนหรือเรียวแหลม โคนใบกลมตัด หรือเป็นรูปหัวใจ ขอบใบเรียบ เนื้อบางคล้ายกระดาษ มีขนนุ่มสั้นกระจาย ทั้งหลังใบ และท้องใบ ใบเมื่อยังอ่อนจะมีขนอ่อนนุ่มปกคลุมอยู่ทั้งสองด้าน และตามขอบใบ แต่จะร่วงไปเมื่อใบแก่ เส้นใบออกจากโคนใบรูปฝ่ามือ ก้านใบยาว 2-9 เซนติเมตร ขนนุ่มสั้น หรือเกือบเกลี้ยง ติดที่โคนใบห่างจากขอบใบขึ้นมา 1-18 มิลลิเมตร ปลายใบแหลมหรือเป็นติ่งหนาม ดอกออกเป็นช่อกระจุกสีขาว ขนาดเล็กประมาณ 0.2-0.5 มิลลิเมตร ดอกแยกเพศ และอยู่ต่างต้นกัน เรียงแบบช่อเชิงหลั่น มีขนาดเล็ก แต่ละช่อกระจุกมีก้านช่อดอกยาว 2-4 เซนติเมตร มีขนนุ่มสั้น ออกกระจุกเดี่ยวๆหรือ 2-3 กระจุกในหนึ่งช่อ ช่อดอกเพศผู้ ออกตามง่ามใบ ก้านช่อกระจุกแตกแขนง ยืดยาว ประกอบด้วยกระจุกดอกอยู่ตามง่ามใบประดับ ใบประดับรูปกลม และขยายใหญ่ขึ้น ดอกเพศผู้ สีเขียวหรือสีเหลือง มีก้านดอกย่อยยาว 1-2 มิลลิเมตร กลีบเลี้ยงมี 4 กลีบ รูปไข่กลับ ยาว 1.25-1.5 มิลลิเมตร ด้านนอกมีขนยาวห่าง กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปถ้วย ยาวประมาณ 0.5 มิลลิเมตร ด้านนอกมีขนประปราย เกสรเพศผู้เชื่อมติดกัน อับเรณูยาว 0.75 มิลลิเมตร ช่อดอกเพศเมีย เป็นช่อคล้ายช่อกระจุกแยกแขนง ทรงแคบ ยาวถึง 18 เซนติเมตร ประกอบด้วยช่อดอกที่เป็นกระจุกติดแบบคล้ายเป็นช่อกระจะ แต่ละกระจุกอยู่ในง่ามของใบประดับ ใบประดับรูปกลม เมื่อขยายใหญ่ขึ้นยาวถึง 1.5 เซนติเมตร มีขนประปรายหรือขนยาวนุ่ม ดอกเพศเมีย มีก้านดอกย่อยยาว 1-1.5 มิลลิเมตร กลีบเลี้ยงมี 1 กลีบ รูปไข่กลับกว้าง ยาว 1.5 มิลลิเมตร กลีบดอกมี 1 กลีบ รูปไข่กลับกว้าง ยาว 0.75 มิลลิเมตร โคนสอบแคบไม่มีเกสรเพศผู้ปลอม เกสรเพศเมียมี 1 อัน ขนาดประมาณ 0.5 มิลลิเมตร มีขนยาวห่าง ก้านเกสรเพศเมียเกลี้ยง ยอดเกสรเพศเมียแยกเป็น 3 พู กางออก ผลสด มีก้านอวบใหญ่ ขนาดประมาณ 1 เซนติเมตร สีส้ม ผลทรงกลมรีอยู่ตรงปลาย เมื่อสุกสีน้ำตาลแดง เมล็ดโค้งงอรูปพระจันทร์ครึ่งซีก ผิวขรุขระ มีรอยแผลเป็นของก้านเกสรเพศเมียติดอยู่ด้านข้าง มีขนสั้นนุ่ม ผนังผลชั้นในรูปไข่กลับ ยาว 5 มิลลิเมตร ด้านบนมีสันขวาง 9-11 สัน เรียงเป็น 2 แถว ชัดเจน ขยายพันธุ์โดยการใช้เมล็ดหรือเหง้า พบในป่าดิบ ป่าผลัดใบ และป่าไผ่ ตามริมแม่น้ำลำธาร ออกดอกช่วงเดือนมีนาคมถึงธันวาคม เถาและใบคั้นเอาน้ำเมื่อผสมกับเครื่องปรุงอาหาร จะมีลักษณะเป็นวุ้น รับประทานเป็นอาหาร

    ลักษณะวิสัย

    ใบ

    ช่อดอกตูม

    ช่อดอก

    สรรพคุณ
    ส่วนเหนือดิน เป็นยาแก้ร้อนใน แก้โรคตับ ราก มีกลิ่นหอม รสสุขุม ใช้แก้ไข้ แก้ดีรั่ว ดีล้น ดีซ่าน เป็นยาขับปัสสาวะ ยาถ่าย แก้ไข้มาลาเรีย ใช้เป็นยาเจริญอาหาร ยาอายุวัฒนะ ยาช่วยย่อย แก้ท้องร่วง บวมน้ำ แก้ไอ ขัดเบา กระเพาะปัสสาวะอักเสบ และใช้ในรายถูกงูกัด เป็นยาลดไข้ แก้ปวดท้อง โรคหนองใน ราก รสหอมเย็นสุขุม แก้ไข้ แก้ดีรั่ว ดีซ่าน เป็นยาอายุวัฒนะ บำรุงอวัยวะเพศให้แข็งแรง แก้ลม โลหิต กำเดา แก้โรคตา ขับปัสสาวะ แก้บวมน้ำ ใช้เคี้ยว แก้ปวดท้อง และโรคบิด ระบายนิ่ว แก้กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ไอเจ็บหน้าอก เป็นยาขับเหงื่อ ยาขับระดู ยาบำรุง ยาสงบประสาท ยาขับน้ำเหลืองเสีย ยาสมาน รากและใบ พอกเป็นยาเฉพาะที่ แก้โรคผิวหนัง หิด ลำต้น ดับพิษไข้ทุกชนิด บำรุงโลหิตสตรี เป็นยาพอกแก้ตาอักเสบ เนื้อไม้ แก้โรคปอด และโรคโลหิตจาง ใบ แก้ร้อนใน พอกแผล ฝี แก้แผลมะเร็ง แก้หืด ใช้ทาภายนอกแก้หิด

    องค์ประกอบทางเคมี
    ราก พบแอลคาลอยด์ปริมาณสูง เช่น hyatine, hyatinine, sepurine, beburine, cissampeline, pelosine นอกจากนี้ยังพบ quercitol, sterol แอลคาลอยด์ hyatine มีฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อและลดความดันโลหิต (ฤทธิ์เทียบเท่ากับ d-tubercurarine ที่ได้จากยางน่อง) cissampeline แสดงฤทธิ์เป็นพิษต่อเซลล์ ใบมีสารพวกเพคติน เมื่อขยำใบกับน้ำ เมื่อทิ้งไว้จะแข็งตัวเป็นวุ้น

    ขอขอบคุณฐานข้อมูล คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

  5. มีคำขอบคุณต่อ น้องแพนเค้ก กับการโพสต์สิ่งดีดี:


  6. #4
    กำนันบ้านอีสานโกอินเตอร์ รูปส่วนตัว mix201
    สมัครเมื่อ
    05/2011
    โพสต์
    120
    ให้คำขอบคุณ
    105
    รับคำขอบคุณ 38 ครั้ง
    ความดี
    3

    มาตรฐาน

    ฟ่าวๆซดเดี๋ยวมันสิแล่นหนีกอ่น

ข้อมูลกระทู้

Users Browsing this Thread

ในขณะนี้มี 1 คุณดูกระทู้อยู่. (0 สมาชิกและ 1 ผู้เยี่ยมชม)

Bookmarks

กฎการโพสต์ข้อความ

  • คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสต์ได้
  •  



เวบเราจะสวยที่สุดถ้าได้อยู่บน windows7 และ IE9


1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81 82 83 84 85 86 87 88 89 90 91 92 93 94 95 96 97 98 99 100 101 102 103 104 105 106 107 108 109 110 111 112 113 114 115 116 117 118 119 120 121 122 123 124 125 126 127 128 129 130 131 132 133 134 135 136 137 138 139 140 141 142 143 144 145 146 147 148 149 150 151 152 153 154 155 156 157 158 159 160 161 162 163 164 165 166 167 168 169 170 171 172 173 174 175 176 177 178 179 180 181 182 183 184 185 186 187 188 189 190 191 192 193 194 195 196 197 198 199 200 201 202 203 204 205 206 207 208 209 210 211 212 213 214 215 216 217 218 219 220 221 222 223 224 225 226 227 228 229 230 231 232 233 234 235 236 237 238 239 240 241 242 243 244 245 246 247 248 249 250 251 252 253 254 255 256 257 258 259 260 261 262 263 264 265 266 267 268 269 270 271 272 273 274 275 276 277 278 279 280 281 282 283 284 285 286 287 288 289 290 291 292 293 294 295 296 297 298 299 300 301 302 303 304 305 306 307 308 309 310 311 312 313 314 315 316 317 318 319 320 321 322 323 324 325 326 327 328 329 330 331 332 333 334 335 336 337 338 339 340 341 342 343 344 345 346 347 348 349 350 351 352 353 354 355 356 357 358 359 360 361 362 363 364 365 366