แหล่งแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ของลูกอีสานทั่วโลก บ้านหลังนี้ มีแต่ความจริงใจ และความรักแบบลูกอีสาน บ่ว่า บ่บ่น มีแต่เอาใจกัน
คลิกเข้าหน้าแรก ฮักกันแพงกัน ต้อนรับกันดีดีเด้อ
ใช้บริการเครื่องมือค้นหาของเฮาเด้อพี่น้อง ฟ่าวดี ค้นปุ๊บเห็นปั๊บ
ธรรมะ สรภัญญ์ ประเพณี วัฒนธรรม ความเชื่อ หมอดู คาถา ผญา หมอลำ พิณแคนโปงลาง ศิลป์อีสาน คืองานของเราในการดูแลรักษา

สถานีวิทยุ เทศน์แหล่ ลำเรื่อง ลำล่อง ศิลปินอีสาน ดาวน์โหลด เวบบอร์ด หน้าบ้าน

กลับไป   อีสานโกอินเตอร์ > พิธีกรรม
ลืมพาสคลิกหม่องนี้

ขอให้สมาชิก ที่สมัครใหม่ ใช้ Gmail นะครับ ห้ามใช้ hotmail

ตอบกลับ
 
เครื่องมือจัดการกระทู้ ค้นหาในกระทู้นี้
เก่า 18/06/2010, 20:13   #1
nat
เจ้าหน้าที่ช่วยดูแลเวบ
 
รูปส่วนตัว nat
 
สมัครเมื่อ: 06/2010
โพส: 777
พลังชื่อเสียง: 32
nat has a reputation beyond reputenat has a reputation beyond reputenat has a reputation beyond reputenat has a reputation beyond reputenat has a reputation beyond reputenat has a reputation beyond reputenat has a reputation beyond reputenat has a reputation beyond reputenat has a reputation beyond reputenat has a reputation beyond reputenat has a reputation beyond repute
Talking



ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ส่วนมากต้องอาศัยฟ้าฝนในการทำการเกษตร โดยเฉพาะการทำนาในภาคอีสาน ดังนั้นจึงมีประเพณีความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับการขอฝน


เช่น ประเพณีบุญบั้งไฟ ซึ่งเป็นประเพณีพื้นบ้านของชาวอีสานที่ผูกพันกับความเชื่อในเรื่องการขอฝนด้วยการทำบั้งไฟจุดขึ้นไปบนฟ้าเพื่อขอฝนจากพญาแถน


ตำนานเรื่องเล่า

ตำนานของประเพณีบุญบั้งไฟ ผูกพันกับนิทานพื้นบ้านสองเรื่องคือเรื่องท้าวผาแดงนางไอ่ และเรื่องสงครามระหว่างพญาคันคากกับพญาแถน ซึ่งเป็นเรื่องที่กล่าวถึงที่มาของการยิงบั้งไฟเลยทีเดียว





ตำนานเรื่องนี้เริ่มจากพระโพธิสัตว์เสวยชาติเป็นพญาคันคาก (คางคก) อาศัยอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ครั้งนั้น พญาแถน เทพผู้เป็นใหญ่ในสวรรค์ผู้ดลบันดาลให้ฝนตก เกิดไม่พอใจชาวโลกจึงบันดาลให้ฝนไม่ตกเลยตลอด 7 ปี 7 เดือน 7 วัน



ชาวเมืองทนไม่ไหวจึงคิดทำสงครามกับพญาแถน แต่สู้พญาแถนกับกองทัพเทวดาไม่ได้ ถูกไล่ล่าหนีมาถึงต้นไม้ใหญ่ที่พญาคันคากอาศัยอยู่ ในที่สุดพญาคันคากตกลงใจเป็นจอมทัพของชาวโลกต่อสู้กับพญาแถน พญาคันคากให้พญาปลวกก่อจอมปลวกขึ้นไปจนถึงสวรรค์ ให้พญามอดไม้ไปทำลายด้ามอาวุธของทหารและอาวุธพญาแถน และให้พญาผึ้ง ต่อ แตนไปต่อยทหารและพญาแถนฝ่ายเทวดาพ่ายแพ้



พญาแถนจึงให้คำมั่น หากมนุษย์ยิงบั้งไฟขึ้นไปเตือนเมื่อไรจะรีบบันดาลให้ฝนตกลงมาให้ทันที และถ้ากบเขียดร้องก็ถือเป็นสัญญาณว่าฝนได้ตกลงถึงพื้นแล้ว และเมื่อใดที่ชาวเมืองเล่นว่าวก็เป็นสัญญาณแห่งการหมดสิ้นฤดูฝน พญาแถนก็บันดาลให้ฝนหยุดตก

ประเพณีบุญบั้งไฟ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า บุญเดือนหก จัดเป็นบุญประจำปีทุกปีในช่วงเดือนพฤษภาคมซึ่งเป็นช่วงก่อนที่จะลงมือทำนาโดยมีจุดประสงค์สำคัญ คือ การขอฝน ชาวบ้านในภาคอีสาน ถือว่าบุญบั้งไฟเป็นพิธีกรรมที่มีความสำคัญมาก เพราะเชื่อว่าหากหมู่บ้านใดไม่จัดบุญบั้งไฟก็อาจก่อให้เกิดภัยพิบัติ



เช่น โรคภัยไข้เจ็บ หรือทุพภิกขภัยแก่ชุมชนได้ สำหรับการจัดงานและการละเล่นในประเพณีบุญบั้งไฟนั้น ในวันสุกดิบ ซึ่งหมายถึงวันที่ชาวบ้านจะจัดขบวนแห่บั้งไฟไปยังศาลปู่ตาของหมู่บ้าน



เพื่อทำพิธีเซ่นสรวง มีการจุดบั้งไฟที่ใช้ในการเสี่ยงทาย เพื่อเสี่ยงทายดูความอุดมสมบูรณ์และความสำเร็จในการทำนาของปีนั้น จากนั้นก็พากันดื่มเหล้าฟ้อนรำรอบศาลปู่ตาเป็นที่สนุกสนาน แล้วก็แห่บั้งไฟไปยังสถานที่จัดงาน หรือหมู่บ้านที่จัดงานบุญบั้งไฟ เพื่อจุดแข่งขันประกวด ประชันกันต่อไป

ในวันแรกของเทศกาลหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า "วันโฮม" จะมีการนำเอาบั้งไฟออกมาแห่แหนกันก่อน จนกระทั่งวันที่ 2 ถึงจะนำบั้งไฟไปจุดกันกลางทุ่งนา โดยเฉพาะที่จุดบั้งไฟต้องทำเป็นพะองพาดขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่สูงประมาณ 30 เมตร แล้วจุดชนวนให้ดินปืนเกิดการระเบิด



ปัจจุบันได้มีการประกวดความสวยงามและความสูงของบั้งไฟที่พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าและหากบั้งไฟอันไหนไม่ยอมพุ่งขึ้นเพราะดินปืนด้าน เจ้าของบั้งไฟก็จะถูกจับโยนลงในโคลนตมกลางทุ่งนาเป็นการทำโทษ

ในปัจจุบันบั้งไฟที่ใช้จุดแข่งขันมีหลากหลายที่นิยมเรียกกัน ได้แก่ บั้งไฟหมื่น บั้งไฟแสน บั้งไฟล้าน ซึ่งมีปริมาณของดินปืนมากน้อย แตกต่างกันไป "บั้ง" แปลว่า "ไม้กระบอก" บั้งไฟเป็นดอกไม้เพลิง ทำจากกระบอกไม้ไผ่ที่อัดดินปืนเพื่อการจุดระเบิดให้พุ่งขึ้นไปในอากาศเป็นการบวงสรวงพญาแถนโดยมีขนาดที่นิยมอยู่ 3 ขนาดคือ

"บั้งไฟธรรมดา" บรรจุดินปืนไม่เกิน 12 กิโลกรัม


"บั้งไฟหมื่น" บรรจุดินปืนขนาด 12-199 กิโลกรัม

"บั้งไฟแสน" บรรจุดินปืนขนาด 120-299 กิโลกรัม

“บั้งไฟล้าน” บรรจุดินปืนขนาด 300 กิโลกรัมขึ้นไป

ถ้าบั้งไฟขึ้นสูงก็เชื่อว่าฝนฟ้า ข้าวปลา อาหารจะอุดมสมบูรณ์ดีชาวบ้านก็จะพากันเลี้ยงฉลองรื่นเริงกันในหมู่ผู้ที่ไปร่วมงาน หากบั้งไฟแตกหรือไม่ขึ้นก็หมายความว่าฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาลเป็นต้น


พิธีกรรม ประกอบด้วย

- การประกวดขบวนแห่บั้งไฟสวยงาม


- การประกวดขบวนรำเซิ้ง


- การแข่งขันจุดบั้งไฟขึ้นสูง


- การแข่งขันจุดบั้งไฟแฟนซี (บั้งไฟ แสง สี เสียง)


- การประกวดกองเชียร์บั้งไฟในวันแข่งขันจุดบั้งไฟขึ้นสูง

สรุป

ประเพณีบุญบั้งไฟเป็นงานประเพณีที่สร้างความสนุกสนาน และความสมัครสมานสามัคคีของประชาชนในชุมชน เป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชาวอีสานเอาไว้ให้สืบทอดถึงลูกหลาน



และสืบสานประเพณีความเชื่อในเรื่องการขอฝนของชาวอีสานที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังเป็นการตักเตือนให้รู้ว่าธรรมชาติเป็นสิ่งไม่แน่นอน เกษตรกรไม่ควรประมาท





nat ได้ออฟไลน์   ตอบพร้อมอ้างข้อความ
เก่า 01/07/2010, 12:28   #2
supet
หัวหน้าคุ้มอีสาน
 
สมัครเมื่อ: 07/2010
โพส: 65
พลังชื่อเสียง: 9
supet will become famous soon enoughsupet will become famous soon enough
มาตรฐาน

เล่าเรื่องผาแดง-นางไอ...ด้วยดิ.....มันเกี่ยวกับบั้งไฟอย่างไร.....เห็นแห่บั้งไฟต้องมีผาแดงและนางไอ....
supet ได้ออฟไลน์   ตอบพร้อมอ้างข้อความ
เก่า 21/03/2011, 16:06   #3
Namo
เจ้าหน้าที่ช่วยดูแลเวบ
 
รูปส่วนตัว Namo
 
สมัครเมื่อ: 05/2010
ที่อยู่: CARNON FRANCE
โพส: 2,007
พลังชื่อเสียง: 41
Namo has a reputation beyond reputeNamo has a reputation beyond reputeNamo has a reputation beyond reputeNamo has a reputation beyond reputeNamo has a reputation beyond reputeNamo has a reputation beyond reputeNamo has a reputation beyond reputeNamo has a reputation beyond reputeNamo has a reputation beyond reputeNamo has a reputation beyond reputeNamo has a reputation beyond repute
Talking

คุณขอมา เราจัดให้ ตำนานพื้นบ้านเรื่องผาแดง-นางไอ่
มาจ้าคนสกลโดยกำเนิดสิ๊เว้าพื้นปันฟังจ้า

ตำนานหนองหาน


ครั้งหนึ่ง ยังมีเมืองอยู่เมืองหนึ่งชื่อ "นครเอกชะทีตา" มีพระยาขอม
เป็นกษัตริย์ปกครองเมืองด้วยความร่มเย็น พระยาขอมมีพระธิดาสาวสวย
นามว่า "นางไอ่คำ" ซึ่งเป็นที่รักและ หวงแหนมาก จึงสร้างปราสาท 7 ชั้น
ให้ อยู่พร้อมเหล่าสนม กำนัล คอยดูแลอย่างดี

ขณะเดียวกันยังมีเมืองอีกเมืองหนึ่งชื่อ "เมืองผาโพง" มีเจ้าชายนามว่า "ท้าวผาแดง" เป็นกษัตริย์ปกครองอยู่ ท้าวผาแดง
แห่ง เมืองผาโพง ได้ยินกิตติศัพท์ความงามของธิดาไอ่คำมาก่อนแล้ว ใคร่อยากจะเห็นหน้า จึงปลอมตัวเป็นพ่อค้าพเนจร ถึง นครเอกชะทีตา และติดสินบนนางสนมกำนัล ให้นำของขวัญลอบเข้าไปให้นางไอ่คำ ด้วยผลกรรมที่ผูกพันกันมาแต่ชาติ ปาง ก่อนนางไอ่คำกับท้าวผาแดง จึงได้มีใจปฏิพัทธ์ต่อกัน จนในที่สุดทั้ง 2 ก็ได้อภิรมย์สมรักกัน


ก่อนท้าวผาแดงจะจากไป เพื่อจัดขบวนขันหมากมาสู่ขอ ทั้ง 2 ได้คร่ำครวญต่อกันด้วยความอาลัยยิ่ง วันเวลาผ่านไปถึง
เดือน 6 เป็นประเพณีแต่โบราณของเมืองเอกชะทีตา จะต้องมีการทำบุญบั้งไฟบูชาพญาแถนระยาขอม จึงได้ประกาศบอก
ไปตามหัวเมืองต่างๆ ว่า บุญบั้งไฟปีนี้จะเป็นการหาผู้ที่จะมาเป็นลูกเขยอีกด้วย ขอให้เจ้าชายหัวเมืองต่างๆ จัดทำบั้งไฟมา
จุดแข่งขันกัน ผู้ใดชนะก็จะได้อภิเษกกับพระธิดาไอ่คำด้วย

ข่าวนี้ได้ร่ำลือไปทั่วสารทิศ ทุกเมืองในขอบเขตแว่นแคว้นต่างก็ส่งบั้งไฟเข้ามาแข่งขัน เช่น เมืองฟ้าแดดสูงยาง
เมืองเชียงเหียน เชียงทอง แม้กระทั่งพญานาคใต้เมืองบาดาลก็อดใจไม่ไหว ปลอมตัวเป็นกระรอกเผือกมาดูโฉมงาม
นางไอ่คำด้วยในวันงานบุญบั้งไฟ

เมื่อถึงวันแข่งขันจุดบั้งไฟ ปรากฏว่า บั้งไฟท้าวผาแดงจุดไม่ขึ้นพ่นควันดำอยู่ถึง 3 วัน 3 คืน จึงระเบิดแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
ทำให้ความหวังท้าวผาแดงหมดสิ้นลง

ขณะเดียวกัน ท้าวพังคีพญานาค ที่ปลอมเป็นกระรอกเผือก มีกระดิ่งผูกคอน่ารัก มาไต่เต้นไปมาอยู่บนยอดไม้ ข้างปราสาท
นางไอ่คำ ก็ปรากฏร่างให้นางไอ่คำเห็น นางจึงคิดอยากได้มาเลี้ยง แต่แล้วก็จับไม่ได้ จึงบอกให้นายพราน ยิงเอาตัวตายมา
ในที่สุดกระรอกเผือกพังคีก็ถูกยิงด้วยลูกดอกจนตาย ก่อนตายท้าวพังคีได้อธิษฐานไว้ว่า "ขอให้เนื้อของข้าได้แปดพันเกวียน
คนทั้งเมืองอย่าได้กินหมดเกลี้ยง"

จาก นั้นร่างของกระรอกเผือกก็ใหญ่ขึ้น จนผู้คนแตกตื่นมาดูกัน และจัดการแล่เนื้อแบ่งกันไปกินทั่วเมืองด้วยว่าเป็นอาหาร ทิพย์ ยกเว้นแต่พวกแม่ม่ายที่ชาวเมืองรังเกียจ ไม่แบ่งเนื้อกระรอกให้

พญา นาคแห่งเมืองบาดาลทราบข่าวท้าวพังคีถูกมนุษย์ฆ่าตาย แล่เนื้อไปกินกันทั้งเมือง จึงโกธรแค้นยิ่งนัก ดึกสงัดของคืนนั้นขณะที่ชาวเมืองชะทีตากำลังหลับไหล เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ท้องฟ้าอื้ออึงไปด้วยพายุฝนฟ้า กระหน่ำลงมาอย่างหนัก ฟ้าแลบอยู่มิได้ขาด แผ่นดินเริ่มถล่มยุบตัวลงไปทีละน้อย ท่ามกลางเสียงหวีดร้องของผู้คนที่วิ่งหนี ตาย เหล่าพญานาคผุดขึ้นมานับหมื่น นับแสนตัว ถล่มเมืองชะทีตาจมลงใต้บาดาลทันที คงเหลือไว้เป็นดอน 3 - 4 แห่ง ซึ่งเป็นที่อยู่ของพวกแม่ม่าย ี่ไม่ได้กินเนื้อกระรอกเผือกจึงรอดตาย

ฝ่าย ท้าวผาแดงได้โอกาสรีบควบม้าหนีออกจากเมือง โดยไม่ลืมแวะรับพระธิดาไอ่คำไปด้วย แต่แม้จะเร่งฝีเท้า ม้าเท่าใด ก็หนีไม่พ้นทัพพญานาคที่ทำให้แผ่นดินถล่มตามมาติดๆ ในที่สุดก็กลืนท้าวผาแดงและพระธิดาไอ่คำพร้อมม้าแสน
รู้ชื่อ "บักสาม" จมหายไปใต้พื้นดิน

รุ่งเช้าภาพของเมืองเอกชะทีตาที่เคยรุ่งเรืองโอฬาร ก็อันตธานหายไปสิ้น คงเห็นพื้นน้ำกว้างยาวสุดตา ทุกชีวิตในเมือง
เอกชะทีตาจมสู่ใต้บาดาลจนหมดสิ้น เหลือไว้แต่แม่ม่ายบนเกาะร้าง 3 - 4 แห่ง ในผืนน้ำอันกว้างนี้ ซึ่งต่อมาได้กลายเป็น
หนองหานหลวง ดังปรากฏในปัจจุบัน.
ที่มา วารสารการท่องเที่ยวและการลงทุน (อะเมซิ่ง จังหวัดสกลนคร)

credit : http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=wipan&group=23

************************************
__________________



พระแก้วคู่บ้าน ศาลเจ้าปู่คู่เมือง งามลือเลื่องผ้ามัดหมี่ ประเพณีไหลเรือไฟ ปลาใหญ่ลุ่มน้ำยาม สวยงามโย้ยกลองเลง

"สักวา แดนดิน ถิ่นสงบ จะค้นพบ แดนใด สุดใฝ่หา
พื้นพิภพ ทั่วทั้ง ฝั่งคงคา บนเวหา สรวงสวรรค์ ชั้นพรหมินทร์
แดนสงบ อยู่ที่ใจ ใช่ที่อื่น ใจชุ่มชื่น ด้วยความดี ใจมีศีล
ใจสงบ พบความสุข ทั่วแดนดิน ถิ่นสงบ พบได้ ที่ใจเอย"
Namo ได้ออฟไลน์   ตอบพร้อมอ้างข้อความ
เก่า 21/03/2011, 16:12   #4
Namo
เจ้าหน้าที่ช่วยดูแลเวบ
 
รูปส่วนตัว Namo
 
สมัครเมื่อ: 05/2010
ที่อยู่: CARNON FRANCE
โพส: 2,007
พลังชื่อเสียง: 41
Namo has a reputation beyond reputeNamo has a reputation beyond reputeNamo has a reputation beyond reputeNamo has a reputation beyond reputeNamo has a reputation beyond reputeNamo has a reputation beyond reputeNamo has a reputation beyond reputeNamo has a reputation beyond reputeNamo has a reputation beyond reputeNamo has a reputation beyond reputeNamo has a reputation beyond repute
Talking

ตำนาน พื้นบ้านเรื่องผาแดง-นางไอ่ มีความโดยย่อ คือ นางไอ่เป็นธิดาพระยาขอมผู้ครองเมืองชะธีตา นางไอ่เป็นสตรีที่มีสิริโฉมงดงามเป็นที่เลื่องลือไปในนครต่างๆ ทั้งโลกมนุษย์และบาดาล มีชายหนุ่มหมายปองจะได้อภิเษกกับนางมากมาย
ใน จำนวนผู้ที่มาหลงรักนางไอ่ มีท้าวผาแดงและท้าวพังคี โอรสสุทโธนาค เจ้าผู้ครองนครบาดาล ท้าวทั้งสองต่างเคยมีความผูกพันกับนางไอ่มาแต่อดีตชาติ จึงต่างช่วงชิงจะได้เคียงคู่กับนาง แต่ก็พลาดหวัง จึงมิได้อภิเษกทั้งคู่เพราะแข่งขันบั้งไฟแพ้
ท้าวพังคีนาคไม่ ยอมลดละ แปลงกายเป็นกระรอกเผือกคอยติดตามนางไอ่ สุดท้ายถูกฆ่าตาย พญานาคผู้เป็นพ่อจึงขึ้นมาถล่มเมืองล่มไป กลายเป็นหนองน้ำใหญ่ คือ หนองหาน



หนองหานในตำนานท้าวผาแดงนางไอ่ ที่เป็นที่ถกเถียงกันว่าที่ไหนกันแน่ มีอยู่ถึง 3 ที่ ได้แก่ หนองหาน ที่ อำเภอ หนองหาน จังหวัดอุดรธานี และหนองหาน อำเภอกุมภวาปี ฅึ่งก็ไม่ไกลจากที่แรกมากนัก และอีกที่หนึ่งก็คือหนองหาร จังหวัด สกลนคร

ในตำราอ้างอิงถึงเรื่องผาแดงนางไอ่จบลงด้วยการเกิดเป็นหนองน้ำ ขนาดใหญ่จากการต่อสู้ของพญานาคกับท้าวผาแดง ต่างก็มีข้อมูลอ้างอิงถึง หนองน้ำที่ชื่อหนองหาน แต่กล่าวต่างกันไปในตำราแต่ละเล่มถึงหนองน้ำ ทั้ง3 แห่ง

credit : http://banchiang.igetweb.com/index.php?mo=3&art=158205
__________________



พระแก้วคู่บ้าน ศาลเจ้าปู่คู่เมือง งามลือเลื่องผ้ามัดหมี่ ประเพณีไหลเรือไฟ ปลาใหญ่ลุ่มน้ำยาม สวยงามโย้ยกลองเลง

"สักวา แดนดิน ถิ่นสงบ จะค้นพบ แดนใด สุดใฝ่หา
พื้นพิภพ ทั่วทั้ง ฝั่งคงคา บนเวหา สรวงสวรรค์ ชั้นพรหมินทร์
แดนสงบ อยู่ที่ใจ ใช่ที่อื่น ใจชุ่มชื่น ด้วยความดี ใจมีศีล
ใจสงบ พบความสุข ทั่วแดนดิน ถิ่นสงบ พบได้ ที่ใจเอย"
Namo ได้ออฟไลน์   ตอบพร้อมอ้างข้อความ
เก่า 21/03/2011, 16:14   #5
Namo
เจ้าหน้าที่ช่วยดูแลเวบ
 
รูปส่วนตัว Namo
 
สมัครเมื่อ: 05/2010
ที่อยู่: CARNON FRANCE
โพส: 2,007
พลังชื่อเสียง: 41
Namo has a reputation beyond reputeNamo has a reputation beyond reputeNamo has a reputation beyond reputeNamo has a reputation beyond reputeNamo has a reputation beyond reputeNamo has a reputation beyond reputeNamo has a reputation beyond reputeNamo has a reputation beyond reputeNamo has a reputation beyond reputeNamo has a reputation beyond reputeNamo has a reputation beyond repute
Talking

ตามเรื่องที่เล่าขานสืบต่อกันมามูลเหตุที่ทำให้เกิด "หนองหาน" ต้นลำน้ำปาว ในปัจจุบันมีเรื่องเกี่ยวพันกับวรรณคดีของอีสานเรื่อง "ผาแดง - นางไอ่"นิยายรักระหว่าง "หนึ่งหญิง สองชาย"เมื่ออีกฝ่ายหนึ่งพลาดรักและถูกทำร้ายจนตายก็กลายเป็นสงครามทำให้บ้านเมืองถล่ม ถลายเป็นหนองน้ำใหญ่และวรรณคดีอีสานเรื่อง นี้เป็นปฐมเหตุของบุญบั้งไฟ ซึ่งเป็นประเพณีที่ขึ้นขึ้นลือชาของชาวอีสานพระยาขอมผู้ครองเมืองเอกชะทีตา มีธิดานางหนึ่งชื่อ "นางไอ่คำ"เป็นสตรีที่มีรูปร่างงดงาม อยู่ในวัยรุ่นและความงามของนางเป็นที่เลืองลือไปถึงบรรดาเจ้าชายเมืองต่าง ๆจนเป็นที่หมายปองอยากจะได้มาเป็นคู่ครองทุกคนท้าวผาแดงโอรสเจ้าเมืองผาโพงได้ทราบข่าวเล่าลือ ถึงความงดงามของนางไอ่ก็เกิดความหลงใหลใฝ่ฝันในตัวนางเป็นอันมากจึงวางแผนทอดสัมพันธไมตรีด้วยการเตรียมแก้วแหวนเงินทองพร้อมด้วยผ้าเนื้อดีไปฝากนางไอ่เมื่อมหาดเล็กนำสิ่งของไปมอบให้นางไอ่ตามที่ท้าวผาแดงประสงค์ และเล่าถึงความงามองอาจ ผึ่งผาย สมชายชาตรีของผาแดงให้นางไอ่ฟังเท่านั้นนาง ก็เกิดความสนใจและฝากเครื่องบรรณาการไปให้ท้าวผาแดง เป็นการตอบแทนด้วยเช่นกัน ก่อนที่มหาดเล็ก จะเดินทางกลับนางไอ่ได้ฝากคำกล่าวเชิญท้าวผาแดงซึ่งตั้งทัพรออยู่นอกเมืองให้เข้าไปในเมืองขอมเพื่อพบกับนางด้วยเมื่อทั้งสองได้พบกันความรักก็เกิดขึ้นและรุนแรง อาจเป็นเพราะบุพเพสันนิวาสในชาติปางก่อนของทั้งคู่ในที่สุดทั้งสองก็ได้ครองรักกันฝ่ายท้าวพังคีโอรสของอดีตชาติบันดาลให้เป็นไปโดยเรื่องมีอยู่ว่าท้าวพังคีในอดีตชาตินั้นเป็นชายหนุ่มที่ยากจนและเป็นใบ้เดินทางขอทานไปตามหมู่บ้านต่างๆจนมาถึงบ้านของเศรษฐีคนหนึ่งจึงได้ไปขออาศัยอยู่และช่วยทำงานให้เศรษฐีคนนั้นโดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยทำให้เศรษฐีพอใจและรักใคร่เป็นอย่างมากถึงกับยกลูกสาวคนหนึ่งซึ่งเป็นชาติปางก่อน (อดีตชาติ)ของนางไอ่ให้เป็นภรรยาท้าวพังคีในชาตินั้นเป็นชายหนุ่มที่ไม่เหมือนใครแทนที่จะรักใคร่ภรรยา ของตนแต่เขาเขากลับไม่สนใจใยดี ไม่เคยรวมหลับนอนด้วยกันแม้แต่ครั้งเดียวแต่ภรรยาก็ไม่เคยปริปากบอกให้ใครทราบนางปรนนิบัติสามีเยื่องภรรยาที่ดีเสมอมาต่อมาท้างพังคีคิดถึงบ้านจึงพาภรรยาเดินทางไปเยี่ยมบ้านเกิดเมืองนอน เศรษฐีผู้เป็นบิดาจัดเสบียงให้มีภรรยาเป็นคนหาบเสบียงให้

ส่วนหนุ่มพังคีไม่เคย ช่วยเหลือนางเลยทำให้นางลำบากและเหน็ดเหนื่อยมากในขณะที่เดินข้ามห้วย ภูเขาและป่าดงพงไพรจนกระทั่งเสบียงที่นำไปหมดลงกลางทางท้าวพังคีเห็นต้นมะเดื่อมีผลสุกเต็มต้นจึงขึ้นไปเก็บกินต่างข้าวฝ่ายนางไอ่คอยให้สามีโอนผลมะเดื่อสุกลงมาให้ไม่ไดรับความสนใจส่วนสามีกินอิ่มคนเดียวแล้วลงมาจากต้นมะเดื่อเดินหนีไปนางจึงตัดสินใจขึ้นไปเก็บกินเองเมื่อนางกินอิ่มแล้วลงจากต้นมะเดื่อ ไม่พบสามีเดินตามหาอย่างไรไม่พบนางจึงมีความทุกข์ทรมานเป็นอย่างยิ่งพอมาถึงต้นไทรริมฝั่งแม่น้ำแห่งหนึ่งนางจึงลงไปอาบน้ำและดื่มกินพอมีความสดชื่นขึ้นมาบาง"ชาติหน้าขอให้สามีนอนตายอยู่บนกิ่งไม่อย่าได้เป็นสามีภรรยากันอีกเลย"ด้วยแรงอธิษฐานของนางในชาติต่อมาสามีของนางจึงเกิดมาเป็นท้าวพังคีส่วนนางได้เกิดมาเป็นนางไอ่

เมื่อนางไอ่ผู้มีสิริโฉมงดงามเติบโตเป็นสาวแล้วพระยาขอมผู้เป็นบิดาได้มีใบฎีกาแจ้งข่าวให้หัวเมืองน้อยใหญ่จัดบั้งไฟมาจุดแข่งขันกันที่เมืองเอกชะทีตาจุดประสงค์เพื่อจุดขึ้นไป บูชาพระยาแถนอยู่บนฟ้าให้บันดาลฝนตกลงมาตามฤดูกาลประการหนึ่ง และอีกประการหนึ่ง หากบั้งไฟของคนใดขึ้นสูงกว่าเพื่อนคนนั้นจะได้นางไอ่ เป็นคู่ครองพระยาขอมได้กำหนดวัน ขึ้น๑๕ค่ำเดือน ๖ เป็นวันงานทำให้บ้านเมืองน้อยใหญ่บุญบั้งไฟหมื่นบั้งไฟแสนมาแข่งกันมากมายงานบุญบั้งไฟครั้งนั้นนับเป็นงานที่ใหญ่โตมากพอถึงวันงานผู้คนหลั่งไหลมาทั่วทุกสารทิศมีการแข่งขันตีกอง หรือภาษาอีสานเรียกว่า "เส็งกอง"กันกย่างครึกครื้นหนุ่มสาวต่างเกี้ยวพาราสี กันอย่างสนุกสนานแม้งานบุญบั้งไฟครั้งนี้ท้างผาแดงจะไม่ได้รับหนังสือฎีกาบอกบุญแต่ได้นำบั้งไฟมาร่วมด้วยพระยาขอมได้ให้การต้อนรับ ท้าวผาแดงเป็นอย่างดีฝ่ายท้างพังคีโอรสเจ้าเมืองบาดาลทราบข่าวอยากมาร่วมงานที่เมืองมนุษย์ด้วยทั้งนี้เพราะท้าวพังคีต้องการชมโฉมนางไอ่ เป็นกำลังอยู่แล้วและคิดในใจว่าจะต้องไปชมบุญบั้งไฟครั้งนี้แม้ว่าบิดาจะห้ามอย่างไรก็ตามก่อนที่จะโผล่ขึ้นที่เมืองเอกชะทีตาของพระยาขอมท้าวพังคีสั่งให้บริวารแปลงร่างเป็นมนูษย์บางเป็นสัตว์บางส่วนตนเองแปลงร่างเป็น"กระรอกเผือก" หรือภาษาอีสานเรียกกระรอกดอน"ออก ติดตามชมความงามของนางไอ่ขบวนแห่ของเจ้าเมืองไปอย่างหลงใหล การแข่งขันบั้งไฟ เป็นไปด้วยความสนุกสนานทุกคนจดจ่ออยา lang="TH">ใครจะชนะและ ได้นางไอ่เป็นคู่ครองซึ่งการแข่งขันบั้งไฟในครั้งนั้นท้าวผาแดงกับพระยาขอมมีการพนันกันว่าถ้าบั้งไฟของท้าวผาแดงชนะพระยาขอมจะยกนางไอ่ให้เป็นคู่ครองผลการแข่งขันปรากฏว่าบั้งไฟของพระยาขอมและท้าวผาแดงต่างไม่ขึ้นด้วยกันทั้งสองบั้งคงมีแต่บั้งไฟของพระยาแดดเมืองฟ้าแดดสูงยางและของพระยาเชียงเหียนเท่านั้นที่ขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นเวลานานถึงสามวัน สามคืนจึงตกลงมาและพระยาทั้งสอง เป็นอาของนางไอ่ด้วยการแข่งขันเพื่อได้นางไอ่เป็นรางวลันั้นจึงล้มเลิกไป

เมื่องานบุญบั้งไฟเสร็จสิ้นแล้วท้าวผาแดงและท้าวพังคีต่างฝ่ายต่างกลับบ้านเมืองของตน ในที่สุดท้าวพังคีทนอยู่ในเมืองบาดาลไม่ได้เพราะหลงใหลในสิริโฉมของนางไอ่จึงพาบริวารกลับมายังเมืองมนุษย์อีกโดยแปลงร่างเป็นกระรอกเผือกอย่างเดิมส่วนที่คอจะแขวนกระดิ่งทองไว้กระโดดไปเกาะอยู่บนกิ่งไม้ใกล้หน้าต่างห้องนอนของนางไอ่เสียงกระดิ่งทอง ดังกังวาลขึ้นนางไอ่ได้ยินเสียงกระดิ่งเกิดความสงสัยจึงเปิดหน้าต่างออกมาเห็นกระรอกเผือก มีความพอใจอยากได้นางจึงสั่งให้นายพรานฝีมือดีจากบ้านกงพานตามจับกระรอกเผือกตัวนั้นให้ได้ไม่ว่าจะจับตายหรือจับเป็นนายพรานออกติดตามกระรอกเผือกที่กระโดกไปตามกิ่งไม้ เริ่มตั้งแต่บ้านพันดอนบ้านน้ำฆ้อง นายพรานไม่ได้โอกาสเหมาะสักทีจึงไล่ติดตามไปเรื่อย ๆ จนถึงบ้านนาแบกบ้านดอนเงินบ้านยางหล่อบ้านเหล่าใหญ่บ้านเมืองพรึก บ้านม่วงไม่มีโอกาสยิงกระรอกในที่สุดผลกรรมเก่าในที่สุดผลกรรมเก่าตามมาทันขณะที่กระรอกมา ถึงต้นมะเดื่อที่มีผลสุกเต็มต้นก้มหน้าก้มตากินผลมะเดื่อสุกด้วยความหิวโหย ในพรานจึงได้โอกาสยิ่ง กระรอกด้วยหน้าไม้ซึ่งมีลูกดอกอาบยาพิษเมื่อถูกยิ่ง ท้าวพังคีในร่างของกระรอกเผือกรู้ตัวว่าตนเอง จะต้องตายแน่นอนจึงสั่งให้บริวารนำความไปแจ้งให้บิดาทราบก่อนตายได้อธิษฐานว่า ขอให้เนื้อของตนมีมากมายถึงแปดพันเล่มเกวียนพอเลี้ยงคนได้ทั่วถึงเมื่อกระรอก สิ้นใจตายนายพรานกับพวกนำเอาไปชำแหละที่บ้านเชียงแหวแบ่งให้ผู้คนทั้งบ้านใกล้และบ้านไกล ได้กินกันโดย ทั่วถึงยกเว้นบ้านดอนแม่หม้ายที่ไม่มีผัวหรือบ้านดอนแก้วซึ่งเป็นเกาะอยู่กลางทุ่งหนองหานจึงรอดพ้นจากการถูกทล่มทลายและยังปรากฎอยู่จนถึงปัจจุบัน


เมื่อบริวารไปบอกพระยาพังคีพญานาคโกรธแค้นมาก จึ่งสั่งบาวไพร่จัดพลขึ้นไปอาละวาดเสียงดังครืน ๆ ทั่วแผ่นดินขณะที่บ้านเมืองพระยานาคถล่มทลายอยู่นั้นท้าวผาแดงกำลังขี่ม้า"บักสาม"มุ่งหน้าไปหานางไอ่เห็นนาคเต็มไปหมดและเล่าเรื่องที่พบเห็นให้นางไอ่ฟังนางไอ่ไม่สนใจแต่ได้ทำอาหารที่มีกลิ่นหอมเป็นพิเศษมาให้ผาแดงรับประทานท้าวผาแดงจึงถามว่าเนื้ออะไรจึงมีกลิ่นหมอนักได้รับตอบว่าเนื้อกระรอกเผือกที่ถูกนายพรานยิงตายพอตกตอนกลางคืนผู้คนหลับสนิทเหตุการณ์ที่ใคร ๆ ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นคือมีเสียงดังครืน ๆ ทั่วแผ่นดิน เมืองเอกชะทีตาของพระยาขอมถล่มทลายลงเป็นหนองหานน้อยซึ่งเป็นต้นน้ำปาวในปัจจุบันท้าวผาแดงทราบได้ทันทีว่าเป็นการกระทำของพวกพญานาคจึงคว้าแขนนางไอ่ขึ้น หลังม้าบักสามควบหนีออกจากเมืองเพื่อให้พ้นภัยแต่เนื่องจากนางไอ่ได้รับประทานเนื้อกระรอกเผือกกับเขาด้วยแม้จะหนีไปทางไหนพวกนาคตามไปแผ่นดินถล่มถล่มทลายไปด้วยท้าวผาแดงมุ่งหน้าไปทาง ห้วยสามพาดเพื่อหนีไปเมืองผาโพงแต่ไร้ผลเพราะถูกพวกนาคติดตามไม่ลดละในที่สุดนางไอ่ ถูกนาคใช้นาคฟาดตกจากหลังม้าและจมหายไปในพื้นดินทันที

เมื่อนางไอ่จมดินไปต่อหน้าต่อตา ท้าวผาแดงกลับถึงเมืองผาโพง เกิดตรอมใจคิดถึงนางไอ่ตลอดเวลาข้าวปลาไม่ยอมกินจนผ่ายผอม และล้มป่วยในที่สุดตรอมใจตายตามนางไอ่เมื่อท้าวผาแดงตายไปเป็นผีมีความอาฆาตพยาบาทต่อพญานาคอยู่ไม่วายครั้งมีโอกาสเหมาะผีท้าวผาแดงสั่งไพร่พลเตรียมตัวเดินกองทัพผีไปรบกับพญานาคให้หายแค้นผีท้าวผาแดงมีบริวารผีเป็นแสน ๆ การเดินทัพมีเสียงดังอึกทึกปานแผ่นดินถล่มได้รายล้อมเมืองบาดาลซึ่งเป็นเมืองของพญานาคไว้รอบด้านต่างฝ่ายต่างใช้อิทธิฤทธิ์รบกันนานถึงเจ็ดวันเจ็ดคืนไม่มีใครแพ้ชนะฝ่าย "สุทโธนาค"เจ้าเมืองบาดาลซึ่งแก่ชรามากแล้วไม่อยากทำบาปทำกรรมต่อไปเพราะต้องการไปเกิดในภพของพระศรีอาริยเมตไตรยจึงไปขอร้องท้าวเวสสุวัณผู้เป็นใหญ่ให้มาตัดสินให้เมื่อท้าวเวสสุวัณได้ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องของกรรมเก่าที่ตามมาให้ผลในชาตินี้และทั้งสองฝ่ายมีเหตุผลพอ ๆ กันท้าวเวสสุวัณ จึงขอให้ทั้งสองฝ่ายเลิกราต่อกันไม่ต้องฆ่ากันให้มีเมฆตาต่อกันให้รักษาศีลห้าปฏิบัติธรรมและให้มีขันติธรรมทั้งผีท้าวผาแดงและพญานาคได้ฟังคำสั่งสอนของท้าวเวสสุวัณเข้าใจในเหตุผลต่างฝ่ายต่างอนุโมทนาสาธุการเหตุการจึงยุติลงด้วยความเข้าใจอันดีต่อกันและอภัยกันในที่สุด



credit : http://class.rachinuthit.ac.th/mod/resource/
view.php?id=188
__________________



พระแก้วคู่บ้าน ศาลเจ้าปู่คู่เมือง งามลือเลื่องผ้ามัดหมี่ ประเพณีไหลเรือไฟ ปลาใหญ่ลุ่มน้ำยาม สวยงามโย้ยกลองเลง

"สักวา แดนดิน ถิ่นสงบ จะค้นพบ แดนใด สุดใฝ่หา
พื้นพิภพ ทั่วทั้ง ฝั่งคงคา บนเวหา สรวงสวรรค์ ชั้นพรหมินทร์
แดนสงบ อยู่ที่ใจ ใช่ที่อื่น ใจชุ่มชื่น ด้วยความดี ใจมีศีล
ใจสงบ พบความสุข ทั่วแดนดิน ถิ่นสงบ พบได้ ที่ใจเอย"
Namo ได้ออฟไลน์   ตอบพร้อมอ้างข้อความ
เก่า 21/03/2011, 16:20   #6
Namo
เจ้าหน้าที่ช่วยดูแลเวบ
 
รูปส่วนตัว Namo
 
สมัครเมื่อ: 05/2010
ที่อยู่: CARNON FRANCE
โพส: 2,007
พลังชื่อเสียง: 41
Namo has a reputation beyond reputeNamo has a reputation beyond reputeNamo has a reputation beyond reputeNamo has a reputation beyond reputeNamo has a reputation beyond reputeNamo has a reputation beyond reputeNamo has a reputation beyond reputeNamo has a reputation beyond reputeNamo has a reputation beyond reputeNamo has a reputation beyond reputeNamo has a reputation beyond repute
Talking







ขอบขอบคุณ http://www.thailantern.com/main/boards/lofiversion/index.php/t136.html
__________________



พระแก้วคู่บ้าน ศาลเจ้าปู่คู่เมือง งามลือเลื่องผ้ามัดหมี่ ประเพณีไหลเรือไฟ ปลาใหญ่ลุ่มน้ำยาม สวยงามโย้ยกลองเลง

"สักวา แดนดิน ถิ่นสงบ จะค้นพบ แดนใด สุดใฝ่หา
พื้นพิภพ ทั่วทั้ง ฝั่งคงคา บนเวหา สรวงสวรรค์ ชั้นพรหมินทร์
แดนสงบ อยู่ที่ใจ ใช่ที่อื่น ใจชุ่มชื่น ด้วยความดี ใจมีศีล
ใจสงบ พบความสุข ทั่วแดนดิน ถิ่นสงบ พบได้ ที่ใจเอย"
Namo ได้ออฟไลน์   ตอบพร้อมอ้างข้อความ
ตอบกลับ

Bookmarks

Tags
บั้งไฟ, ประเพณี, ประเพณีบุญบั้งไฟ, เดือน


ขณะนี้มีผู้ใช้งานกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 

(View-All สมาชิกที่ได้อ่านกระทู้นี้ : 21 (Set)
artmocom, bozz, guytoday, khonnalao, mahanoi, Namo, nat, phatnoy, pramual, skol, somchaimrc, supet, น้าโฟร์, บักหล่า, บ่าวบ้านโคก, ผู่เฒ่าน้อย, ภูไท วิไลพรรณ01, หลวงพี่ทองคำ, หลวงพี่เณร, เบิ่ม, ไก่โต้ง G 26
เครื่องมือจัดการกระทู้ ค้นหาในกระทู้นี้
ค้นหาในกระทู้นี้:

ค้นหาแบบละเอียด



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7. และเวลาในขณะนี้คือ 05:38.

ขับเคลื่อนระบบโดย vBulletin® Version 3.8.11 | ภาษาไทยโดย iCafeZone.Net
สงวนลิขสิทธิ เวบอีสานโกอินเตอร์ซื้อลิขสิทธิ์ถูกต้อง ©2000-2018, Jelsoft Enterprises Ltd.
ทีมงานอีสานโกอินเตอร์ พุทธสถานสวนธรรมวารี ตำบลโนนดินแดง อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ 31260 โทร 099-1953644 เวบมาสเตอร์ เปิดตลอด 24 ชม. thep3300@gmail.com LineID: pm.narinthep Facebook: Narinthep Thongchai